เราคบกับแฟนมาได้ 7 ปีแล้ว แฟนเราเป็นทหารเกณฑ์ได้ 1 ปี ปลดจากทหารมา ไปบวชอีก 1 พรรษา หลังจากที่ ลาสิกขามา เราได้สมัครงานให้แฟนในเมืองจังหวัด แฟนเพิ่งเคยทำงานในองค์กรครั้งแรก วันแรกเราลุ้นมากว่าจะทำได้รึป่าว เป็นร้านขายของส่ง แฟนเราทำอยู่ในโซนขนมคอยจัดเรียงสิ้นค้าในโซน กลับมาทุกวันหลังเลิกงานเราก็ถามบ้าง เป็นไงวันนี้ ทำได้ไหม เจอเพื่อนร่วมงานดี แต่บางทีเจ้านายก็มายืนคุมบ้างยืนสั่งบ้าง มีบ่นด่าว่าบ้าง เราก็ไม่ค่อยรู้ในหน้างานเท่าไหร่หรอก แต่ก็ทำมาได้สักระยะ 2 เดือน จู่ๆ แฟนมาบอกเราว่า อยากจะลาออก เพราะว่าพี่ๆที่ทำงานด้วนกันในโซน จะออกแล้วกลัวอยู่ไม่ได้คนเดียว เราไม่แน่ใจว่างานหนักขนาดไหน แต่เราก็บอกแฟนตลอดว่า อดทนนะมันก็มีบางวันที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง เราไปทำงานไปหาเงิน มีเหนื่อยบ้างท้อบ้าง ไม่ต้องเก็บมาใส่ใจ ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้ามีงานก็ทำไปก่อน งานมันหายาก งานในอำเภอก็ไม่ค่อยมี งานในจังหวัดก็หายาก ถ้ากลับไปอยู่บ้านหางานแถวบ้านทำ รับจ้างย่ำนา หาปลาไป ร่างกายเราไม่ได้อยู่แบบนี้ไปตลอดหรอก ทำงานประจำได้เงินทุกวันนะเทอ ดีกว่าบางวันมีงานไม่มีงานอีก เราเคยบอกแฟนให้สู้ไปก่อน มีช่องทางไปค่อยไป ณ ตอนนี้มีตรงนี้ทำไปก่อนนะ เอาเวลาไปทำในสิ่งมีกิน แล้วเอาเวลาไปทำในสิ่งที่อยากทำดีกว่า ค่าแรงหลังจากปรับเป็นพนักงาน เริ่มงาน 8.00-18.00 น 400กว่า บาท แฟนก็ทำมาได้ผ่านมาได้ในทุกๆวัน จนวันหนึ่ง พี่ในโซนได้ออกจากงานกันแล้ว เหลือแฟนคนเดียว และก็มีโซนอื่นๆย้ายมาอยู่แทน จู่ๆวันถัดมา แฟนก็ไปทำงานปกติ ไปแปปแล้วกลับมา เหมือนไปตอกบัตรแล้วกลับแต่จริงๆแล้วไม่ใช่ แฟนเราไปลาออก แล้วก็กลับไปอยู่บ้าน หาปลา หารับจ้างทั่วไป ซึ่งเราไม่ได้อยากให้แฟนมีชีวิตอยู่แค่นี้ ชีวิตเรายังอีกไกลถ้าเราไม่สู้ไม่สร้าง ไม่ทำวันนี้ อนาคตการมีเงินมันสำคัญมาก เขาเอาแค่มั่นใจว่า ยังไงก็ไม่ปล่อยให้อดตาย เราอยู่ได้ แค่สำหรับเราแล้วการมีเงินมันสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ ในวันนี้เรายังไม่มีภาระก็จริง มีภาระแค่หนี้กยศ. แล้วชีวิตในอนาคตละ เราไม่สามารถเลือกสังคมการทำงานได้ เลือกเจ้านายได้ ชีวิตเมื่อเราโตขึ้นเรายังต้องเจออะไรอีกเยอะมาก เราไม่เข้าใจในสิ่งที่เข้าเจอหรอ แล้วที่เราบอกเขามันไม่ถูกหรอ
แฟนไม่สู้งาน รึเราไม่เข้าใจแฟน